ข่าวจาก มิตรภูเรือ :-
|
|
ต้องการซื้อกระชายดำ และผลิตภัณฑ์กระชายดำ...คลิกที่นี่ !!!
ท่านสามารถตรวจสอบและติดตามเรื่องการจัดส่งสินค้าได้ที่นี่ !!!
กระชายดำ (ดำแท้) ที่นี่...
กระชายดำ สมุนไพรไทย พืชมหัศจรรย์ สรรพคุณ
บำรุงฮอร์โมนเพศชาย ทำให้ชายเหนือชายกระตุ้นประสาท ทำให้กระชุ่มกระชวยบำรุงกำลังเป็นยาอายุวัฒนะ ชลอความแก่ขับลม ขับปัสสาวะแก้โรคกระเพาะอาหารแก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ เนื่องจากรับประทานอาหารไม่เป็นเวลาบำรุงเลือดสตรี แก้ตกขาว ทำให้ประจำเดือนมาเป็นปกติ
วิธีใช้
- ใช้รากเหง้า (หัวสด) ดองสุราขาวดื่มก่อนรับประทานอาหารเย็น ปริมาณ 30 ซีซี. - ผู้ที่ดื่มสุราไม่ได้ ให้ฝานเป็นแว่นบางๆ แช่น้ำร้อนดื่มทุกวัน หรือจะดองกับน้ำผึ้งก็ได้ ปริมาณการผสม หัวสด ใช้ประมาณ 4-5 ขีด ต่อสุราขาว 1 ขวดหัวแห้ง บดเป็นผงละเอียด ผสม น้ำผึ้ง พริกไทยป่น กระเทียมผง บอระเพ็ดผง ในอัตราส่วน 10 : 5 : 2 : 1 : 0.5 หรือดองกับสุราขาว ในอัตราส่วน 30 กรัม ต่อสุราขาว 1ขวด หรือใช้หัวสดหรือหัวแห้งก็ได้ ดองกับน้ำผึ้ง ในอัตราส่วน 1:1 ทานทุกวัน บำรุงกำลังดีนักแล...
|
กระชายดำ ภาค 2 สำหรับท่านใดที่ต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ กระชายดำ ก็เชิญเลือกคลิกอ่านที่หัวข้อข้างล่างนี้ ตามอัธยาศัยนะครับ...
รายละเอียดและความป็นมา -->
ข้อมูลทั่วไป
กระชายดำมีลักษณะหัว กลิ่น รสชาด ไม่เหมือนกับกระชายเหลือง คือกระชายดำจะมีกลิ่นฉุนและแรงกว่า จึงเหมาะจะใช้ทำเป็นยาสมุนไพรมากกว่าทำอาหารครับ.
"กระชายดำ" (เป็นพืชสมุนไพรชนิดหนึ่ง อยู่ในตระกูล ZINGIBERACEAE)
กระชาย มี 3 ชนิด คือ
1.กระชายเหลืองหรือกระชายขาว
2.กระชายแดง
3.กระชายดำ
กระชายเหลืองและกระชายแดงนิยมใช้เป็นเครื่องเทศปรุงอาหาร ส่วนกระชายดำใช้เป็นสมุนไพร เมื่อผ่าเหง้าหัวออกดูจะมีสีม่วงคล้ำ มีกลิ่นคล้ายกระชายทั่วไป(แต่ฉุนกว่า) ลักษณะใบและลำต้นเหมือนกระชายเหลืองและกระชายแดง แต่ขอบใบและก้านใบอาจมีสีม่วงแกมเล็กน้อย เดิมชาวเขาเผ่าม้งนำกระชายดำเข้ามาปลูกในอำเภอด่านซ้ายและอำเภอนาแห้ว เพื่อใช้เป็นสมุนไพรประจำบ้าน ต่อมามีการขยายพันธุ์ออกไปเรื่อยๆ จนมีพื้นที่เพาะปลูกเพิ่มมากขึ้น
"กระชายดำ" มีสรรพคุณทางยาดังนี้ คือ รากเหง้า เป็นยาขับปัสสาวะ, ขับลม, แก้บิด, แก้ท้องอืดเฟ้อ, แก้โรคกระเพาะอาหาร โดยใช้รากเหง้าดองกับสุราขาว หรือนำไปตากแห้งแล้วบดเป็นผงใช้ผสมน้ำสุกรับประทาน หรือผสมน้ำผึ้งปั้นเป็นลูกกลอนขนาดประมาณเม็ดพุทรารับประทานทุกวันเป็นยาอายุวัฒนะ, กระตุ้นประสาททำให้กระชุ่มกระชวย และเป็นยาบำรุงกำลัง
ข้อมูลทางวิชาการ
ชื่อพื้นเมือง : กระชายดำ
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Boesenbergia pandurata (Roxb.)
ชื่อวงศ์ : ZINGIBERACEAE
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ :
เป็นพืชล้มลุกมีเหง้าใต้ดิน รากสะสมอาหารมีลักษณะเป็น ปุ่ม ๆ ไม่ยาวเป็นหางไหลเหมือนกับกระชาย
ธรรมดา ขณะต้นเล็ก จะมีแต่รากและรากนั้นเองจะเปลี่ยนเป็นหัวเมื่อโตขึ้น เนื้อในหัวอาจเป็นสีม่วงหม่นหรือสีดำดังผลลูกหว้า แต่ถือกันว่ากระชายดำที่มีคุณสมบัติที่ดีต้องสีดำสนิท
ใบ เป็นใบเดี่ยวเรียงสลับคล้ายกระชายธรรมดา แต่มีใบใหญ่และเขียวเข้มกว่าผลิแทงม้วนเป็นกรวยขึ้นมาจากราก ไม่มีต้น
ดอก จะออกดอกจากยอดของต้น ช่อละหนึ่งดอก มีใบเลี้ยงที่ช่อดอก ริมปากดอกสีขาว เส้นเกสรสีม่วง และเกสรมีสีเหลือง
การขยายพันธุ์ : ใช้วิธีการแบ่งเหง้า และโดยการใช้หัวหรือเหง้าปลูก
ฤดูกาลขยายพันธุ์ : ทำได้ทั้งปี ชอบที่ร่ม ดินร่วนซุยหรือดินปนทรายที่มีการระบายน้ำได้ดี
วิธีการปลูก : ปลูกเป็นแถว ระยะระหว่างแถว ประมาณ 50 - 60 ซม. ระยะระหว่างต้นประมาณ 30 ซม. รดน้ำพอชุ่มอย่าให้แฉะ หากปลูกในที่โล่งแจ้ง ควรหาสะแลน หรือหาวัสดุมุงเนื่องจาก กระชายดำ จะขึ้นได้ดีในที่ร่มแดดรำไร ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยอินทรีย์อื่นก็ได้ การใส่ปุ๋ยให้ห่างจากรากเหง้าพอควร
ระยะเวลานับจากปลูกถึงเก็บเกี่ยว : 10 - 12 เดือน
แหล่งข้อมูล
วารสาร ธ.ก.ส. , หนังสือสวนพฤกษศาสตร์สมเด็จ , วารสารสมุนไพร , หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ (คอลัมน์รายการเกษตรรู้ไว้ใช่ว่า) , หมอยาสมุนไพรชาวบ้าน , สถาบันการแพทย์แผนไทย , เครือข่ายหมอเมืองภาคเหนือ , หนังสือพิมพ์มติชน , สถาบันราชมงคลลำปาง
การปลูกกระชายดำ
ลักษณะความแตกต่างระหว่าง กระชายดำ(ดำแท้)กับกระชายม่วง
|
|
|